NaTa님의 프로필~(^o^)~Do U believe in L...사진블로그리스트기타 ![]() | 도움말 |
|
3월 23일 แม่ค้าส้มตำวันนี้อากาศกำลังดี ไม่มีแดดร้อนมากมาย เลยออกไปซื้อส้มตำข้างหอด้วยความขี้เกียจ "ป้า เอาตำปู พริก ๒ เม็ด" "เดี๋ยวป้าทอดปลาก่อนนะ" ผ่านไป ๓ นาที "เอาตำอะไรนะ" (-.-!) "ตำปูค่ะ" ผ่านไป 3 วินาที "พริกกี่เม็ดนะ" (-.-!)"2 เม็ดค่ะ" "ใส่ปลาร้าป่ะ" (-.-!)"ไม่ใส่ค่ะ" "แล้วตำปูใส่ไรบ้างอ่ะ" (*0*)"ใส่ปูอย่างเดียวมั้งคะ" ไม่ต้องเดาก้อน่าจะรู้นะว่าอร่อยมั้ย เป็นตำปูที่ไม่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมา เฮ้อ...ทำอาหารไม่อร่อย แล้วจะมาเปิดร้านอาหารทำม้ายยย ไม่ใช่ว่ามาเล่นขายของแบบเด็กๆ ซะหน่อย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าขี้เกียจออกไปหาของอร่อยกิน เพราะอาจได้กินอะไรที่ไม่อร่อยกว่าเดิม v('0')/ 3월 15일 ผู้ชายมนุษย์ผู้ชาย ยังไง ก้อเป็นมนุษย์ผู้ชายวันยังค่ำ
แล้วอีกอย่าง นิสัยคนเรา ก้อไม่ได้ขึ้นกับอาชีพที่ทำอยู่เล้ย
ไม่ว่า จะเป็นอะไร มันก้อเลวได้เหมือนกันหมด
(ออกแนวหัวรุนแรงแล้วนะเนี่ย)
คืนก่อน ชั้นชวนพี่ที่รู้จักกันไปเที่ยว
ไปเป็นเพื่อน เพราะพี่สาวอีกคนนึงอยากไป
จะไปแค่ผู้หญิงสองคนก้อกระไรอยู่ ยิ่งสวยๆ
คืนนั้น อากาศร้อนพอประมาณ เรามาถึงร้านก่อนพี่สาว
ก้อยืนรอๆๆๆๆ มาเลทอีกแระ พี่คนนี้ เฮ้อออออ
มาถึง เธอก้อให้เรารายงานคุณแฟนเธอว่า ถึงแล้วนะ
มันช่างยุ่งยากเหลือเกิ้น ตัวเองเที่ยวได้
แต่พอแฟนจะเที่ยวบ้าง โคตรเรื่องมากเลย
โตๆ กันแล้ว ดูแลตัวเองได้ จะมาอะไรนักหนา
ก้ออยู่ด้วยตัวคนเดียวได้ตั้งนานกว่าจะมาเจอแกนะ
เข้ามาในร้านก้อสี่ทุ่มกว่า ยังดูโล่งๆ อยู่เล้ย
ไม่เห็นเหมือน Munkey club ที่เชียงใหม่เลย
ต้องมานั่งจองโต๊ะ ตั้งแต่ 6 โมงกว่าไม่งั้นหมดสิทธิ์นั่งในร้าน
ล่าสุดกลับไปเที่ยวตอนรับปริญญา ได้ที่ตรงประตูทางเข้าออก
อากาศยังจะไม่พอหายใจเลย ขยายร้านกี่รอบๆ ก้อไม่พอ
มาถึง สามารถเลือกที่นั่งได้ด้วยอ่ะ (ถ้าเป็นมั้งกี้ ต้องขอโต๊ะเสริม)
ได้ที่นั่งก้อสั่งเครื่องดื่ม พี่เค้าก้อมีที่ฝากไว้ด้วย
นี่บอกว่าไม่ค่อยได้เที่ยวนะ มีฝากด้วยอ่ะ เชื่อดีมั้ยเนี่ย
เราก้อดื่มนิดหน่อย แต่พี่สาว ไม่ดื่ม มานั่งเฉยๆ
นั่งเฉยๆ แล้วยังหน้าเฉยๆอีก ไม่ยอมคุย
ไอ่คนที่มาเป็นเพื่อนก้อเซ็งสิคะ มาทำแบบนี้มันผิดกฏ
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด คุณแฟนของเธอก้อโทรตามอ่ะ
โทรจิกตรงเวลาแบบผู้หญิงเล้ย พูดแล้วเซ็งแทน
ใจคอจะให้เครียดอยู่แต่บ้านไม่ต้องออกไปพบเจอใครเลยละสิ
เราก้อยังติดลมอยู่ เลยให้พี่สาวกลับก่อน เราอยู่ต่อ
ทีนี้ ก้อเริ่มละสิ ไอ้มือที่เคยนิ่งๆ อนุญาติให้จับแค่หัว
มันเริ่มมาเกาะแกะๆ น่ารำคาญจิงๆ
ถ้าไม่เห็นแก่หน้า คงได้ด่าไปแล้ว
นี่เลยได้แต่เตือนด้วยสายตาและท่าทาง
อย่ามาทำหน้ามึนแถวนี้นะ ถ้าเอาจิงแล้วจะหนาว
ในที่สุดก้อ กลับดีกว่า สงสารเค้าที่ต้องมีงานแต่เช้า
กลับถึงห้อง ล้างหน้า หลับ (อาบน้ำล่ะ??? (^_^) )
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ชาย ดูง่ายกว่าผู้หญิง 11월 13일 วันยุ่งๆช่วงนี้ มีอะไรๆเข้ามาเยอะเลย เรื่องขึ้นวอร์ด ก้อเริ่มชินละ
ตื่นเช้าไปราวน์ หาข้อมูล คุยกะคนไข้(ตอนนี้เริ่มสนุก)
ตอนบ่ายๆ รายงานเคสให้อาจารย์ ก้อผ่านไปได้ด้วยดี
ตอนนี้มีพี่มาเพิ่มอีก 2 คน เลยค่อยยังชั่วหน่อย
จากที่เคยดูคนไข้เป็นสิบ ก้อเหลือไม่ถึง 5 คน
บางทีเหมือนจะดีนะ แต่ขอร้องล่ะ มันไม่มีอะไรให้เรียนรู้สิ
เฮ้อ ตอนนี้ก้อถือว่า ผ่านขั้นแรกสำหรับเราแระ
เพราะคิดว่าเราเลือกสิ่งที่เราชอบจิงๆ
และคิดว่า คงจะทำงานด้านนี้แหละ...
แต่ไม่อยากคิดถึงตอนทำ thesis เลยอ่ะ ไม่ใช่แนวเล้ย
สงสัยเรื่อง thesis นี่แหละ ที่คิดว่า เลือกผิด
หลังจากที่หงอยเหงามาสัปดาห์นึง เพราะโอ๊ตติดงาน
ปล่อยเรา alone กินข้าวคนเดียวตั้งหลายมื้อ
ตอนนี้มีเพื่อนมาประชุมวิชาการตั้งสี่คน คือ อ้อม แนน อบ พิม ป่าน
และมีที่มาเดินยาอีกสองคน คือ ไก่ กะ อีฟ
ก้อเริ่มรู้สึกมีความสุขอีกครั้ง เหมือได้กลับไปสมัยเรียนอีกครั้ง
ยังกะเลี้ยงรุ่นแน่ะ เป็นครั้งแรกที่รวมกลุ่มได้มากสุด
เพื่อนๆมาประชุมห้าวัน เราก้อไม่รูจะได้ไปด้วยมั้ย
ก้อติดงานวอร์ดอยู่นิ แต่ก้อแว๊บไปวันนี้มาแหละ
ไปเนียนกินข้าวเที่ยงของเค้า แล้วดันโดน "คนที่คุณก้อรูว่าใคร"
มา comment ซึ่งมั้นเป็นเรื่องที่ อย่าให้พูดเลยเห้อะ
เอาเป็นว่า เปลี่ยนเรื่องดีกว่า นะๆๆ
เพื่อนมาเที่ยวๆๆๆ มีความสุขจัง
มีคนกินข้าวด้วยเยอะๆ แต่เสียดายที่ยังไม่ค่อยมีเวลาไปเที่ยวไหน
ก้อมันไม่มีที่ให้ไปเที่ยวด้วยเห้อะ เฮ้อ
แต่ก้อกะว่า ซักศุกร์นี้ น่าจะมีเฮนะ
จะมีเพื่อนตั้ง มาสมทบ เพื่อนป่านที่ยังอยู่ และเพื่อนอีฟ
ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะมาแจมด้วยได้มั้ย
เอาเป็นว่า ศุกร์นี้ อะเค นะเพื่อน โดนเบี้ยวมาทีละ เซ็ง
สงสารเพื่อนเหอะ เครียดเกิ้น พาช้านไปเที่ยวหน่อยแก....
10월 20일 บทเรียนที่ 2 ...นึกหัวข้อไม่ออกว่ะในที่สุดก้อสอบใบขับขี่ผ่าน
หลังจากที่ท่านพ่อท่านแม่ที่น่ารัก เอารถมาให้เรา
ก้อมีซ้อมๆ นิดหน่อยตอนเย็น (เกือบชนรถคนอื่นแถวหอ)
ดีใจจังที่ได้เจอท่านพ่อท่านแม่ เพราะไม่ได้กลับบ้านเลยอ่า
ถ้าจะให้ดี เราต้องกลับบ้าน ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านเราแล้วเนอะ
เช้าวันศุกร์ เตรียมโดดงานไว้แล้วเพระอาจารย์ไม่อยู่
ก้อไปสอบซ่อมใบขับขี่ ไปรอตั้งแต่ 8 ครึ่ง
กว่าจะได้สอบก้อปาไปเกือบๆ 10 โมง ดีที่ไปเช้าเลยได้คิว 2
ตอนสอบก้อตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ก้อรู้สึก ชิลๆ นะ
แล้วๆๆๆ ไอ่คนสอบ มันไม่มองเราเลยอ่ะ แบบว่า
มัวแต่ก้มหน้า ติ๊กๆๆ เราก้อแบบว่า เฮ้อย..มรึง มองกรูหน่อยเด้
สุดท้ายก้อผ่านและได้ใบขับขี่มาด้วยความภาคภูมิใจ อิอิ
เสร็จปุ๊บ ก้อไม่รูจะพาท่านพ่อท่านแม่ไปไหน
ไปตึกคอม ห้างเค้าก้อยังไม่เปิด เลยไปบิ๊กซี
สงสารท่านแม่ โดนละลายทรัพย์ไปอื้อเลย T_T
ของใช้หมดพอดี จะรอสิ้นเดือนก้อไม่ไหวอะนะ
ตลอดการเดินทาง กลัวหลงมั๊ก ที่จิงแอบพาอ้อมไปที
แต่ก้อไม่มีใครสงสัยจับพิรุธเราได่หรอก อิอิ
อนาถตัวเองจิงๆ อยู่มาเกือบ 5 เดือน ยังจำทางไม่ได้
ก้อไม่ได้ขับรถเองนี่หว่า เลยไม่สนใจทาง สนใจแต่ข้างทาง
กลับมาส่งท่านพ่อท่านแม่ที่หอ แล้วเราก้อไปทำงานต่อ
ขยันเจงๆ เล้ย... ก้อดันมาบอกทีหลังนะว่า อ.หนู นัด
ทำไมไม่บอกซักพรุ่งนี้เลยล่ะเพ่ มันน่านัก...
ฮือๆ ตอนเย็นไปส่งท่านพ่อท่านแม่กลับบ้าน
ยังมิกล้าขับรถเองเลยต้องรบกวนโอ๊ตไปส่ง (เศร้าจิงกรู)
มาแค่คืนเดียวเอง สงสารน้องอาร์มอยู่บ้านคนเดียว
กลัวมันน้อยใจนะ เลยโอเคให้ท่านพ่อท่านแม่กลับบ้านได้
แล้วจากนั้น โอ๊ตก้อไป กทม กลับมาอีกทีวันพุธ
แล้วยังจะให้เราไปรับที่สนามบินอีก!!!!
ทำไมถึงมั่นใจฝีมือเพื่อนขนาดนั้นวะเพื่อน T_T
10월 11일 บทเรียนพิเศษ ทำใบขับขี่คำเตือน : blog นี้ อาจมีคำพูดรุนแรง ไม่เหมาะแก่หญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า3 ขวบ
ไปทำใบขับขี่มาค่ะ ทำที่ขอนแก่นนี่แหละ เพื่อความชัวร์ เราก้อไปเรียนมาด้วย ซึ่งบริษัทก้อสอนดีใช้ได้เลย ลำบากที่ต้องลาอาจารย์จากการขึ้นวอร์ดมาสอบ และรบกวนรุ่นพี่มาส่งนี่แหละ ช่วงเช้าก้ออบรมตามประสานะ ตั้ง 2 ชม แน่ะ น่าเบื่อจิงๆ แต่ก้อทนฟัง ตอนบ่ายก้อไปสอบข้อเขียน ตอนแรกก้อมั่นใจนะ 30 เอาผ่าน 23 แต่ทำไปทำมา ก้อแอบลนลาน แบบว่า รู้สึกตัวว่ามั่วไปหลายข้ออยู่ นั่งมั่วจนไม่รู้จะทำไงแล้วก้อส่ง ได้ 27 เต็ม 30 ล่ะ ไม่น่าเชื่อ คำถามที่พลาดก้อ 1. รถมอไซค์ต้องตรวจรถต่อทำเบียนเมื่อใช้กี่ปี...5ปี 2. ข้อใดใช้คลัช ผิด...ตอนลงเขา 3. เปลี่ยนสีรถ ต้องแจ้งภายในกี่วัน ...7 วัน เป็นคำถามที่ไม่รู้จิงๆ ส่วนข้อที่เหลือ มั่วถูก..น่าภูมิใจจริงๆ
ถึงเวลาสอบปฏิบัติ ได้คิวที่ 20 จ้ะ นานจริงๆ ร้อนมากมาย ตื่นเต้นนะ ใจสั่น ขาสั่นพับๆ ก้อท่องๆไว้ว่าเอาให้ผ่านๆ 1. ถอยเข้าถอยออกซอยแคบ ล้อรถห้ามหยุด >>> ผ่าน 2. ขึ้นสะพาน ห้ามดับ >>> ผ่าน 3. จอดเทียบข้าง ห่างไม่เกิน 25cm >>>ผ่าน 3 ท่า ผ่านหมดคับ แต่ผลออกมาคือ ชั้นไม่ผ่านท่า 2 งงคับ ไม่ผ่านได้ยังไง . . . ย้อนกลับไปตอนท่า 1 ไปท่า 2 อ้อ ...ตอนเปลี่ยนจากเกียร์ถอยหลังเป็นเดินหน้า รถดับ!!! แล้วไง??? มันเป็นความผิดมั้ยที่รถดับ ก้อไม่!!! มันดับตอนทำท่า 1 หรือ 2 หรือ 3 มั้ย ก้อไม่!!! แล้วทำไม ชั้นไม่ผ่าน ใครก้อได้ช่วยบอกที
อ้อนวอนให้เห็นใจยังไง เค้าก้อไม่ให้ ไอ่คนที่มันขับชนเสา รถดับบนสะพาน มันไม่ผ่าน....นั่นมันสมควร
แต่กรู ... ตกท่าไหน ผิดยังไง ช่วยบอกที ข้องใจจริงๆ นี่ยังงงเลย ว่าจะให้ไปซ่อมท่าไหน
ปล. 1 ปกติเค้าให้รถดับได้มั้ย ตอนเปลี่ยนท่าน่ะ ??? เพราะที่รู้ เค้าห้ามดับเกิน 2 ครั้ง ตอนขึ้นสะพาน ปล. 2 วันนี้เอาตังไป 200 กว่าบาท กะค่าขึ้นทะเบียน 105 บาทน่าจะพอ แต่ไม่พอค่าใต้โต๊ะ ปล. 3 มันให้ไปสอบซ่อม จันทร์หน้านี้ "ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีคับ" เออ กรูรู้ แต่มรึงรู้มั้ย ว่าเสียเวลากรู ปล. 4 สงสัยว่า มีใครขับรถ แล้วรถไม่เคยดับบ้าง??? รวมถึงพวกที่ไม่ให้กรูผ่านด้วย 10월 6일 บทเรียนที่ 11 สัปดาห์ที่ผ่านมาของชั้น ทำให้รู้สึกล้าไปพอสมควรเลย แต่หลังจากเกิดความล้าแล้ว มันก้อทำให้ชั้นรู้สึก “ต้องสู้” ขึ้นมา กับการที่ต้องตื่นแต่เช้าขึ้นมาเพื่อไป round ward กับหมอ ซึ่งก้อยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน อยู่ดี เพราะแทบไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย ก้อได้แต่ท่องในใจว่า ชั้นจะดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น....
เพื่อนร่วมงานก้อดีนะน้องๆหมอ เพื่อนๆหมอ และพี่ๆหมอ ที่จริงเค้าก้อไม่ได้ทำอะไรให้เรากลัวหรอก เราซะเองที่กลัว ซึ่งมันก้อเนื่องมาจากการที่ไม่เตรียมพร้อมในด้านความรู้ มีที่หลงเหลือในสมองน้อยๆของชั้น ซึ่งพอกลับมาที่ห้อง ก้อมานั่งอ่านอัดๆ เข้าหัว ทำไมเดี๋ยวนี้ความอดทนมันลดลงวะ แบบว่า แอบเซ็งตัวเองที่ชอบคิดว่า “ทำไมต้องมานั่งอ่านหนังสือด้วย” แต่ก้อเพื่ออนาคตของเราไง ยายามทำในสิ่งที่ตัวเองเลือก ไม่มีใครบังคับให้เราเรียนนี่นา ก้อได้แต่ท่องในใจว่า ชั้นต้องสู้ ต้องสู้ ต้องสู้....
ที่ได้รู้สึกดีก้อคงเป็นน้องๆหมอนี่แหละ ถามเรื่องยากะเรา ก้อมันถามไม่ยากเลยตอบได้บ้าง แบบว่า โชว์ภูมิ หึหึ แต่ก้อมีดันถามยากๆมา ก้อต้องขอเวลาไปหาข้อมูลมาก่อนนะจ้ะ แต่ทีนี้ ก้อหายจ้อยไปเลย แหะๆ น้องๆเค้าก้อคงไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอก
นี่ๆๆๆ แต่ที่เซ็งอีกเรื่องก้อหมอที่วอร์ดเราอ่ะ คะแนนหน้าตาเต็ม 10 ให้ 4 แต่ก้อช่างมัน ไม่ได้เลวร้ายมาก แถมนิสัยดีตะหาก บวกลบกันโออยู่ จะอะไรมากมายเล่า ก้อเรามีที่รักอยู่แล้วนิ น่ารักจะตาย เนอะๆๆๆ
1 สัปดาห์ผ่านไป ทำให้เราได้ทราบถึงจุดบกพร่องของเรา ที่สำคัญก้อคือความรู้ และมนุษยสัมพันธ์นี่แหละ ไม่ใช่ว่าเราหยิ่งนะ ที่จริงไม่รู้จะเริ่มต้นคุยอะไรกะเค้าตะหากล่ะ ทีนี้ก้อต้องอ่านหนังสือเยอะๆ ยิ้มเยอะๆ จะได้น่ารักยิ่งๆขึ้นไป (เกี่ยวกานมั้ยเนี่ย) เฮ้อ..... ป่วงจริงๆ เภสัชกรหญิง นทพร ^_^ 9월 27일 อยู่คนเดียว แสนเปลี่ยวใจสืบเนื่องมาจาก "คุณโอ๊ต" เพื่อนสาวที่น่ารักหนีกลับบ้านไปเพราะปิดเทอม
(กรุณาอย่างสงสัยว่าทำไมอิชั้นมิได้ปิด ก้อชั้นเลือกที่จะเรียนแบบนี้เองนี่หว่า)
เวลาผ่านไปแล้ว 3 วัน ชั้น กินข้าวคนเดียวทุกวันเลย (เหงานะเฟ้ย)
วันแรกซื้อกลับมาตั้งแต่เที่ยง กะว่า กลับห้องแล้วจะไม่ออกไปไหนแล้ว
มักกะโรนีร้านเจอ่ะ เปิดกล่องมา..อู้ว มันยังเหมือนเดิม
แต่!!! รสชาติมันปะแล่มๆนะ แต่!!!~ เราก้อกินมันลงไป
เวลาผ่านไป ไม่ถึงชั่วโมง ขลุกๆขลักๆ(ไม่ใช่เสียงหนูวิ่งนะ)
แต่เป็นเสียงท้องเรา หลังจากนั้นก้อวิ่งเข้า-อออกห้องน้ำเกือบ 10 รอบ
อาหารเป็นพิษคับท่าน ไม่เคยเล้ย เพราะปกติกินตำปูปลาร้าเป็นกิจวัตร
ไม่ไหวละๆ (คิดในใจ) อยู่อย่างนี้ต่อไปมีหวังช้อกจาก hypovolumia
กะ electrolyte imbalance แหงมๆ รถก้อไม่มี
ทำไงดีวะ จะไปหาหมอยังไงดี...
เลยต้องลำบากคนอื่น รบกวนให้ไปส่ง รพ.
ปวดท้องโคตรตัวงอ ก้อยังให้ตรู นั่งรออีก อิหมอบ้า วุ้ย
ยาที่ได้ก้อยาฆ่าเชื้อ ผงเกลือแร่ ยาแก้อาเจียน แค่เนี้ยะ
แต่ก้อมองให้แง่ดี ไม่ต้องเสียตังเพราะใช้สิทธิ์นักศึกษานั่นเอง อิอิ...
ปล.อาทิตย์นี้ตื่น ๖ โมงเช้าทุกวันเลย เพราะไปซ้อมขึ้นวอร์ด นี่ขนาดซ้อมนะ
ตอนบ่าย ยังมึนๆ หาเรื่องกลับหอมาหลับทุกทีสิน่า 9월 18일 ลา ลา ล้า ลา...ขึ้นหัวข้อซะมีความสุข มันก้อก้ำกึ่งกับความรู้สึกของชั้นตอนนี้นะ
ที่มีความสุขก้อคงเป็นเพราะชั้นมีคนให้คิดถึงและบอกรักนะสิ
(นอกเหนือจากคุณพ่อและคุณแม่นะจ้ะ)
แต่อีกความรู้สึกนึง ก้อมีความทุกข์แอบแฝงอยู่
แต่ไม่เอาดีกว่า เบื่อเล่าเรื่องที่ต้องทุกข์ทรมานแระ
รู้สึกว่ามีเยอะเหลือเกินในสเปซนี้ เดี๋ยวจะหาว่าเจ้าของกรรมเยอะ
ช่วงนี้มีการบ้านให้ทำเรื่อยๆ รวมไปถึงงาน TA (teacher assistant)
เริ่มทำใจรับได้ละ อย่างน้อยก้อไม่ได้ทำให้ฟรี ได้ตังเดือนละ 2000
ว่าจะเก็บไปใช้ช่วงรับปริญญา แต่มีแววว่าจะไม่เหลือ
ก้อรายจ่ายมันมีเยอะเหลือเกินนิ นี่ก้อเพิ่งซื้อ printer ไป
เอาแบบ all in one เพราะดูมันจะคุ้ม มีทั้ง printer ถ่ายเอกสาร scan
แต่ก้อมานั่งนึกได้ทีหลังว่าเราเน้นปริ้นท์เอกสารนี่หว่า...
แล้วเสียงสวรรค์จากโอ๊ตก้อบอกว่า นกแอร์ผีสามบาทมาแล้วนะ
เลยจองซะสำหรับวันรับปริญญามกราคมปีหน้านู้น จองข้ามปีเลย
ค่าตั๋วก้อถูกมาก ไป-กลับ 1247 บาท (ถูกเหรอยะ เนี่ย)
พยายามนึกๆๆๆ ว่าจะได้ไปเที่ยวไหนอีก จะได้จองอีก แต่ก้อไม่มีเวลาแล้ว
เพราะตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ก้อจะต้องไปขึ้นวอร์ดดูคนไข้
4 เดือนติดต่อกันเลยนะ มันเป็นสิ่งที่เรารอคอยกับการฝึกครั้งนี้
แต่ทำไม รู้สึกว่า ความโหดร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาทุกทีๆ นะ
ก้อไม่เป็นไร สู้ตาย fighting fighting ค่า
ช่วงนี้ก้อเริ่มเบื่ออาหารแถวๆ หอพักจังเลยอ่า
อาหารที่กินเป็นประจำที่นี่ก้อส้มตำ(ลาว) กับไก่ย่าง หรือ ทอด
กินเป็นประจำเกือบทุกวันเลยเนี่ย กลัวจัง เพราะมีคนเตือนว่า
ระวังดั้งจะยุบนะ กินข้าวเหนียว ส้มตำบ่อยๆ (กลัวจิงๆ -*- )
วันนี้เลยออกไปหลังมอ จากคำแนะนำของหลายคน
บอกว่าจิ้มจุ่มหลังมอ อร่อยมาก ไม่แพง ได้เยอะด้วย
แฮ่..เราก้อสนใจอะดิ ทานจิ้มจุ่มมีผักกับโปรตีน
กินแล้วไม่อ้วน เป็นไปตามหลักการลดความอ้วน "แอ้ดกิ้น"
ที่พี่โอ๊ตโฆษณาไว้ว่า เน้นกินผักกับโปรตีน ไม่ต้องออกกำลังกาย
น้ำหนักก้อจะลดลง *0*
แต่ทีนี้พอไปถึง ร้านก้อปิดอะดิ เราก้อสงสัยว่ามันปิดหรือว่ายังไม่เปิด
บังเอิญว่า ไม่มีที่ให้นั่งรอ เลยตัดสินใจกินบะหมี่ต้มยำหมูแดงร้านข้างๆ
อร่อยดีนะ ถือว่าให้อภัยได้ โทดฐานที่ร้านจิ้มจุ่มไม่เปิด
กินเสร็จก้อเดินออกจากร้าน โอ๊ตมันก้อทำหน้าเยาะๆ แล้วบอกว่า
"แก๊ ร้านมันเปิดแล้ว ชั้นบอกแล้วไง มันเปิดช้า"
.
.
.
อือ เห็นละ เซ็งเป็ดเลย
แต่คุณโอ๊ตผู้ใจดีก้อบอกว่า
"ไม่เป็นไรแก เดียวพรุ่งนี้ ชั้นพามากินใหม่ก้อด้าย"
^_^ ช่างเป็นเพื่อนสาวที่น่ารักจิงๆเลย
น่าเสียดาย ที่โอ๊ตมีปิดเทอม (ชั้นเสียดาย แต่โอ๊ตมันดีใจได้กลับบ้าน)
เพราะชั้นก้อต้องกินข้าวคนเดียวเกือบครึ่งเดือนนะสิ เหงาตายเลย
ยิ่งพูดมากอยู่ด้วย ทีนี้ไม่มีมัน น้ำลายคงบูดพอดี
แล้วใครจะคอยอัพเดท MV K-Pop ให้ชั้นละ
แต่ก้อนะ เพื่อนจากลับบ้าน ให้อภัย
รีบๆ กลับมานะแก แกไปช่วงที่ชั้นกะลังจะเข้า climax งี้
แล้วชั้นจะไปเม้าท์กะใครวะ...
9월 8일 ว่ากันเรื่องสุขภาพของชั้นตั้งแต่เด็ก เราก้อเป็นคนที่ค่อนข้างจะบอบบางนะ
แม่บอกว่า มีหมอประจำด้วย วิ่งเข้า-ออก คลินิก เป็นว่าเล่น
ยังจำได้ว่า ตอนเด็กมีขวดยาเก็บเป็นกระสอบๆ
ดีที่ตอนโตขึ้นมาหน่อย เป็นนักกีฬา
ก้อเป็นนักวิ่ง คิดว่าวิ่งเร็วพอสมควรนะ
ก้อไปดูเหรียญที่บ้านดิ มีทุกอย่างทั้งทอง เงิน ทองแดง
ภูมิใจในความสามารถของตัวเองจิงๆ
แต่ที่เซ็งก้อคือ น่องดิ โต ยังกะโต๊ะสนุ๊ก
แล้วงี้ ใครเค้าจะกล้าเข้าใกล้ มิกลัวโดนชั้นหวดหมดรึไง
แล้วตอนนี้ ก้อเริ่มมีอาการแบบเดิมอีกแล้วค่ะ
3 เดือนที่ผ่านมา ไม่สบายมา 3 ครั้งแล้ว
กินทั้งยาและโดนฉีดยาไป 2 เข็มแล้ว
เจ็บนะ จะบอกให้...
ไอ่เรื่องฉีดยานี่ จำได้เลยว่า ร้องไห้ครั้งสุดท้าย
ตอนอายุ 7 ขวบ ตอนนั้นรูตัวนะจะโดนฉีดยา
พอฉีดก้อเจ็บ แล้วก้อร้องไห้ ร้องไปงั้นแหละ
แบบว่า พ่ออุ้มอยู่ไง เลยอ้อนซะ
หลังจากนั้นมา ก้อไม่เคยร้องไห้ตอนฉีดยาอีกเลย
แล้วตอนนี้ ก้อมีอาการใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว
ชั้นไอๆๆๆ ไม่ได้ ไอ เลิฟ ยู นะ
แต่ไอแห้งๆ บางที ก้อมีเสมหะ
เป็นมาได้เกือบ 2 อาทิตย์แล้ว
ลองซื้อยาแก้ไอ ขับเสมหะมากิน
รักษาตัวเองแบบประคับประคอง
เลี่ยงของทอดมัน จิบน้ำอุ่น มันก้อไม่หาย
พรุ่งนี้ ตัดสินใจละ จากคำแนะนำของพี่หมอ
จะไปซื้อ Roxithromycin มากิน
เพราะคาดว่าน่าจะติด Mycoplasma (มะใช่plasma TV นะ)
กิน 1 อาทิตย์ ถ้าไม่หาย จะ admit รพ ละ
ใครว่าง ก้อมาเฝ้าด้วยนะ
วัยรุ่นเซ็ง...
8월 8일 HaPPy BiRthDaY To Me+++HaPPY BirthDaY To Me!!!
0808 เลขสวยป่ะ
มันคือเลขเด็ด วันเกิดช้านเอง
ขอให้ช้านมีความสุขมากๆ
เรียนหนังสือเก่งๆ เรียนจบโทไวๆ
มีงานทำดีๆ ร่ำรวยๆ
มีคนรักที่ดี ชั้นรักเค้าและเค้าก้อรักชั้น
สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง
ขอให้พ่อกะแม่ และน้องอาร์มอยู่กะช้านไปนานๆ
รักตัวเอง และรักทุกคน
จุ๊บๆ 8월 4일 ทอนซิลอักเสบ...ตั้งแต่จำความได้ เวลาชั้นไม่สบาย มักจะมีอาการนี้เสมอ
"ทอนซิลอักเสบ"
มันเป็นยังไง คุณๆก้อคงจะรู้กันนะ
ตอนแรก คุณจะตื่นเช้ามาด้วยอาการคอแห้ง
(เหมือนอยากดื่มน้ำ แต่ถึงแม้ว่าจะดื่มไป มันก้อไม่หายเจ็บ)
จากนั้นคุณจะมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย ถ้าเอากระจกส่องดูข้างในคอ มันจะแดงๆ
คงคิดว่าชั้นบ้าละสิที่ส่องดูคอตัวเอง แต่ชั้นรู้ว่าคุณต้องเคยสักครั้งน่า
นอกจากอาการเจ็บคอ คุณอาจจะรู้สึกปวดเมื่อยตัว
(ไม่รวมกับการทำงานหนัก ใช้แรงงานในวันก่อนๆนะ)
เสร็จแล้วถ้าคุณไหวตัวไม่ทัน ไม่ยอมกินยาดักไว้ก่อน
...
...
...
คุณจะถูกมันคุกคามโดยการที่มันจะทำให้ต่อมทอนซิลของคุณโตขึ้น
ส่องกระจกดูตอนนี้สิ มันจะแดง สวย เหมือนลูกสตรอบอรี่เลย
ถ้าโชคดี ก้อจะมีสตรอบอรี่แค่ลูกเดียว แต่ครั้งนี้ชั้นมี 2ว่ะ
ถ้าสตรอบอรี่ยังคงอยู่อีกโดยไม่ถูกจัดการ มันก้อจะเริ่มมีราขึ้น(จุดขาวๆ)
ชั้นล่ะ เป็นเต็มขั้นเลย ทั้งๆที่รู้ตัวกินยาดักนะ
ตาม regimen ที่โอ๊ตมันบอกเลย
amoxy 500mg 2x3 pc
(จนพี่โอ๊ต ป โท ทักว่า กินเยอะขนดนั้นไม่ชักเหรอน้องออย)
...
...
...
ผ่านไป 2 วัน อาการชั้นก้อยังไม่ดีขึ้น ทนไม่ไหวแล้วว้อย
เลยไปเปิดก้นให้หมอดู...เย้ย
อย่าคิดมากน่า ไปให้หมอฉีดยาตะหากละยะ
เจ็บโคตร ปวด ชา สุดๆ
กลับมานอนต่อที่บ้านอีก 1 วัน จนเช้าวันรุ่งขึ้นอาการชั้นถึงดีขึ้น
สามารถออกไปตะแร๊ดแต๊ดแต๋กะท่านแม่ในเมืองได้
แล้วคืนนั้น ชั้นก้อต้องออกเดินทางมาขอนแก่นด้วยเที่ยวบิน
"สมบัติทัวร์ ST 2130"
ใช้เวลาเดินทาง 9 ชั่วโมงพอดี ป๊าด....(ไม่ใช่ตดนะ)
ป๊าด...นานโคตร ดีที่เอาหมอนน้อยติดหลังมาด้วยเลยไม่ปวดหลัง
แต่แอร์สิคับ ปิดซักตัวนึง คงไม่ทำให้ขาดอากาศหายใจตายหรอกนะ
หนาวมั๊ก จนคิดว่าชั้นสั่น จนอาจทำให้คนนั่งข้างรำคาญได้
หรือบางทีมันอาจคิดว่าเป็นระบบนวดหลังที่มีบริการเนอะ
...
...
...
ด้วยความหนาวทามาน ชั้นก้อกลับถึงหอโดยสวัสดิภาพ
ด้วยความกรุณาจากนู๋โอ๊ต ไม่อยากกวนแกเลยจิงๆนะ
แต่ชั้นหอบสังขารตัวเองกะสัมภาระพวกนั้นกลับเองไม่ไหวจิงๆ
กลับมาถึง ต้มซุปกินได้ 2 คำ สลบ ทันที
สะดุ้งตื่นมาด้วยเสียงโทรสับ...กินซุป หลับต่อ
ชีวิตน้อยๆของช้าน ไมมันทรมานงี้วะ
...
...
...
ผ่านมา 1อาทิตย์ชั้นก้อยังเจ็บคออยู่
จบข่าว ทอนซิลอักเสบ
ps1. ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่อวยพรให้หายไวๆ ขอบคุณหม่ามี๊ที่ต้มโจ้กให้นู๋กิน และพานู๋ไปให้หมอฉีดยานะคะ
ps2. ต่อมทอนซิลมันอยู่ข้างในลำคอ 2 ข้าง มีประโยชน์คือช่วยกำจัดเชื้อโรคที่ข้าสู่ร่างกาย ดังจะเห็นการตอบสนองได้จากการที่มันบวมแดงนั่นเอง มีประโยชน์ก้อจิง แต่ชั้นไม่ชอบมันเลย ให้ตายสิ
7월 23일 Congratulations at KU...ชั้นไป กทม มาอีกแระ คราวนี้ไปแสดงความยินดีกะเพื่อนๆ
ก้อลุ้นนะ กว่าจะจบกาน ...
เดินทางเช้าวันศุกร์ (หนีงาน) ถึงตอนเย็นๆ
พี่ทอย (พี่ชายช้าน) ก้อมารับชั้น
แล้วก้อเกิดการขู่บังคับ จาดูหนัง (ชั้นเองแหละ)
ก้ออยากดู Harry Potter and the order of pheonix
แม้ว่าจะมีกระแสบอกว่าไม่สนุกก้อตาม แต่ดิชั้นก้อดูจนได้
สุดท้ายก้อ...ตามคาด
จบข่าว ไม่อยากเม้าท์ เพราะเซ็ง
คืนนั้นดูหนังเสร็จก้อเสด็จกลับไปนอนกะนู๋ปุยและนู๋ออม
ด้วยความเหนื่อย เลยรีบนอนดีกว่า (ตี 1 กว่า)
เช้าวันรุ่งขึ้น จากการแก่งแย่ง (เหรอ)
ชั้นเลยต้องตื่นคนแรกมาอาบน้ำแต่งตัว
(สวยน้อย เลยใช้เวลาแต่งนานหน่อย)
กว่าจะเสร็จและได้เสด็จก้อ 11 โมงกว่านะ
ไปเอารูปเข้ากรอบอีกหิวตาลาย
กว่าจะเลือกร้านกินข้าวได้นะ ก้อจาเป็นลม
กินกันที่ S&P central ลาดพร้าว
ที่บอกชื่อ ก้อไม่อะไรหรอก
พอดีว่ามีปัญหากะเด็กเสิร์ฟที่ร้านนิดหน่อย
เกือบได้วางมวยกานละ (ชั้นกะออม ทนไม่ได้)
ก้อมานเล่นชักสีหน้าใส่ตอนเปลี่ยน order อ่ะ
ได้ไงละ เด๋วปั๊ด..
ท้องอิ่ม และเม้าท์กันพองาม เราก้อเริ่มเดินทางมาที่ ม เกษตร
กว้างโคตร เดินถ่ายรูปกานจนขาช้านอยากจะหายตัว
เจ็บเท้ามั๊ก ขนาดใส่รองเท้าไม่สูงนะ อยากหาราชรถมารับจิงๆ
ฟ้าเริ่มมืด ถ่ายรูปไม่ได้แล้ว ก้อถึงเวลากิน (อีกแล้ว)
ไปกินกันที่บ้านสวนน้ำ มีเกือบ 20 ชีวิต
แย่งกันกินซะอิ่มหมีพีมัน (ของฟรีก้อเงี้ย)
จากนั้น เราก้อยังไม่หนำใจ เลยไปต่อกันที่โอยั๊วะ (ร้านเหล้า)
อันนี้แชร์ครับท่าน แต่เราไม่ดื่ม เลยฟรีอีกแล้วครับท่าน
เพลงเพราะมาก บรรยากาศก้อดีนะ ก้อเฮฮากันไป
แอบชำเลืองมอง...AF ครับ 555 (นึกว่าบ่าวละสิ)
เค้ามีถ่ายทอดให้ดู แต่ไม่เปิดเสียงให้ฟัง
week นี้ พี่โจ้ออกครับท่าน ดูแต่ภาพ ไม่มีเสียง ก้อโอแล้วครับ
อยู่กันจนร้านปิด ก้อแยกย้ายกันกลับ แทบคลาน เหนื่อยมั๊ก
เช้าวันต่อมา เราก้อออกเดินทางคนเดียว (เริ่มปีกกล้าขาแข็ง)
ไปหาอุ๋ยที่ ม เกษตร เพื่อถ่ายรูปกะมันอีก
(หรือมีจุดประสงค์อื่นอีกน๊า...อิอิ
หิวตาลายมาก เพราะมาถึงเกือบๆ บ่าย ก้อไปหาไรกินที่บาร์ใหม่
แล้วก้อดูดวงกะแม่หมอ ทั้งลายมือกะไพ่ (ไพ่อะไรไม่รู้ไม่รู้จัก)
ดวงที่ออกก้อ...เอาเป็นว่า งานดี มีเกณฑ์แต่งงาน อนาคตรวย จบ
กว่าจะถ่ายรูปก้อเกือบได้เวลากลับ (รถ 6 โมง)
ถ่ายกานพอหอมปากหอมคอ ชั้นก้อต้องกลับบ้านนอก(ขอนแก่น)
ถึงขอนแก่นก้อเที่ยงคืน
พวกแกอ่ะ งานชั้นที่เชียงใหม่ 24 มกราคม 2550 นะ
บอกล่วงหน้าแล้ว ลางานมาให้ได้ล่ะ
Congratulation to you guys at KU
Oui, Nacky, Fern
Hope u'll be successful in your lifes
I love you all.
7월 15일 เหนื่อยจัง...ตามหัวข้ออะนะ ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้
พยายามที่จะทำงานอยู่ตลอด ไม่ได้ไร้สาระหรือไปเที่ยวไหนนะ
แต่ไม่รู้ว่าทำไม งานที่ทำๆ ไป มันถึงไม่เสร็จซักที
ก้อตั้งใจทำแล้วนา หรือว่ายังไม่พอนะ
เหนื่อยกับการเรียนแบบนี้จัง คิดถูกมั้ยที่มาเรียน
ถามตัวเองอยู่ตลอดแทบทุกวันเลย
ตอนแรกก้อมีเป้าหมายดีอยู่หรอกนะว่าเรียนไปทำไม
แต่ตอนนี้ มันมองเห็นแต่ความเหนื่อย
ที่มันจะเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ ใครคิดเหมือนชั้นบ้างมั้ย
อยากกลับไปใช้ชีวิตไร้สาระไปวันๆ ไม่ต้องคิดมากจัง
ทำไงถึงจะมีความสุขกับงานที่ทำนะ...
Now I need some inspiration to keep moving on
Feeling so tired, my body and my mind
Someone please guide me the way to happiness
When will I be satisfied and living with smile and joy again 6월 26일 เรียน เรียน เรียนจะบ้าตายให้ได้ ก้อตอนนี้เริ่มเรียน ป.โท มาได้เกือบๆ เดือนแล้ว
การเรียนแบบนี้ก้อดีไปอย่าง เรียนศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ทั้งๆที่ชั้นลงเรียน full time
เหมือนจะสบายอะดิ สำหรับคุณๆที่เห็นแบบนี้ แต่ที่จิง มันแฝงไปด้วยนรก
อะไรน่ะเหรอ? ก้องานอะดิ มีแมร่งทุกวิชาที่เรียน และจากชาติที่แล้ว
ที่สั่งสมมาอีก (ประชุม Novel drug ที่เชียงใหม่) แค่นี้ ก้อไม่ต้องโงหัวไปไหนแล้ว
ที่จิง จะไปก้อได้นะ แต่ด้วยความรับผิดชอบอันล้ำเลิศ มันมัดขาเราไว้
ก้อนั่งทำๆๆๆๆ จ้องหน้าคอมอยู่น่านแหละ แต่ไหง งานมันไม่ค่อยเดินวะ
หรือว่า สมองมันเริ่มฝ่อ คิดอะไรไม่ค่อยออก เลยทำอะไรช้าลง
พ่อจ๋า แม่จ๋า ช่วยด้วย หนูคิดถูกมั้ยเนี่ยที่มาเรียนต่อ...
เอาละนะ จาลำดับให้ฟังว่ามีงานอะไรบ้าง
1. Arrhythmia case ส่ง 29 มิย น่าจะทันอยู่ เพราะไม่มากเกินไป
2. Phar epi. ส่ง 1 กค อันนี้ การบ้านเดิมก้อยังค้างอยู่ อันใหม่ก้อสั่งมา ยังไม่ได้แตะแม้แต่นิดเดียว คาดว่า อาจจะตายได้
3. Phar therapy ตอนนี้ต้องทำ 3 case ส่ง เก็บข้อมูลแล้ว แต่ยังไม่ครบ ทั้ง case และข้อมูล คาดว่า อาจจะตายได้เช่นกัน
4. Novel drug อันนี้ประชุมมาตั้งกะกลางเดือน พค ให้ส่ง 31 กค เหมือนจะนาน แต่ถ้าประมาท อาจตายได้เหมือนกัน
5. Thesis อันนี้ ไปเจออาจารย์เป็นระยะ progress ไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ก้อ review ไปก่อน (review เป็นวัน เจออาจารย์ 3 นาที)
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าทำ 2 กะ 3 เสร็จทัน อาจารย์จะปล่อยให้ขึ้นวอร์ดได้ ซึงจะทำให้เราจบเร็วขึ้น
หลังจากที่บ่นเรื่องเรียน ว่าเครียดงั้น งี้ ก้อถึงคราวที่ต้องปลดปล่อยบ้าง
ก้อเนี่ย เดือนนี้ มันเริ่มต้นใช่ป่ะ อะไรใหม่ๆ มานก้อจำเป็นต้องซื้อ
ทั้งอุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียน อะไรน่ะเหรอ ก้อ
เครื่องสำอางค์ไงล่ะ แบบว่า มันหมดพอดี ไม่ใช่อะไรหรอก
ก้อเล่นหมดพร้อมกันหลายๆอย่างนะ เลยต้องซื้อทีเดียวเลย
ทั้งแป้งพับ แป้งฝุ่น ของ etude' ที่โดนพี่ๆ BA ยัดเยียดให้
อันที่จิง ก้อเรานี่แหละที่อยากได้เอง ดีใจมากเลยที่มีร้าน
เพราะตอนแรกคิดว่าต้องไปซื้อที่ กทม ซะแล้ว ของน่าซื้อเยอะมาก
แต่ด้วยงบที่จำกัด เลยได้มาเพียง 2 อย่าง (แต่ก้อโคตรแพงเลยนะนั่น)
เลยยุยงให้โอ๊ตซื้อด้วย (นี่ก้อผลาญไปเยอะเหมือนกัน เพื่อนสาวคนนี้)
ซื้อจนได้บัตรสมาชิกทั้งคู่เลย แถมยังได้แต่งหน้าฟรีอีกคนละ 10 ครั้งเลย
คิดดูดิ ไม่อยากจะบอกเลยว่าซื้อไปเท่าไหร่ วันก่อน เลยไปนั่งให้เค้าแต่งหน้าเล่น
ก้อเครียดอ่ะ เรียนหนัก ขอสวยนิดนึง
นอกนั้นก้อมีโลชั่นกันแดด(ใช้เป็นปีเลย คุ้มมั๊ก) ล้างเครื่องสำอางค์ของ neutrogena
ครีมทาผิวและ serum บำรุงผมของ oriental princesss
นี่ยังไม่รวมเสื้อผ้า ที่ซื้อไป3-4 ตัว เรื่องเงิน ก้ออย่าถามถึงเลยนะ...
ไปทำงานต่อแล้วนะจ้ะยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อปาย จุ้บๆ
6월 6일 ย้ายสำมะโนครัวมา...ขอนแก่น แล้วค้าบและแล้วก้อถึงเวลาที่เราต้องมาขอนแก่น ก้อถึงเวลาเรียนแล้วนี่นา
ออกเดินทางเช้าวันที่ 2 มิย (กำหนด ออกก่อน 7 โมง ออกจิงๆ เกือบ 8 โมง)
ขนของขึ้นรถเสร็จ เราก้อมีที่นั่งพอดีตัวอะนะ แบบ พอกระดิกได้อ่ะ
แต่ ก้อไม่สามารถเลี่ยงแดดได้เลย เพราะอีกฟากของเบาะเป็นของ วางอยู่นั่นเอง
ตลอดการเดินทาง ชั้นก้อ หลับ หลับ หลับ ตื่น ตื่น ตื่น
ไม่น่าเชื่อว่า มันจะถึงเร็วมาก ก้อ มากินข้าวเที่ยงที่ชุมแพอ่ะ (อำเภอนึงของขอนแก่น)
ชื่อร้าน อ. กุ้งเผา ค่ะ ด้วยอารมณ์ที่ขี้เกียจเปิดหาเมนูว่ามีอะไรเด็ด
เลยให้เค้าแนะนำอาหาร เราก้อ เออออ ตามไป ที่เห็นว่าน่ากิน
ได้มา 4 อย่าง ..ปูนึ่งนมสด ต้มยำรวม ไก่ทอดตะไคร้ ผัด.....(จำไม่ได้)
ราคาออกมาเลยมโหฬารนะ ก้อเล่นสั่งของแนะนำ อีปูนึ่งก้อปาไป 250 บาท แพงโคตร
อะเค ออกจากร้านอาหาร ก้อเดินทางมาหอ ด้วยความง่มของเรา
ก้อจำทางไม่ได้สิคะ แม้ว่าจะมาหลายครั้งแล้ว (3 ครั้ง) ก้อเค้าพาเข้าไม่ซ้ำรูนิ
เลยโดนท่านพ่อเฉ่งไม่หยุดเลย ไอ่เราก้อได้แต่ก้มหน้ายอมรับกรรม
โทรถามทางจากโอ๊ต มาตามคำบอกเล่าเรื่อยๆ (มันจำทางได้ไงวะ)
สุดท้ายก้อถึง ร้อนตับแลบ ก้อขอจัดข้าวของก่อน เปิดแอร์พักกาน
จนบ่ายแก่ๆ ก้อออกไปเสียตังอีก (ไป big C) ซื้อของเข้าห้องอีก ท่านแม่จ่ายให้
คงกลุ้มกะลูกคนนี้จิงๆ ก้อผลาญไปเยอะนี่นา จาเอาตังตัวเองออกก้อกระไรอยู่
กลัวจะไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือน แต่ที่เสียดายก้อ ทีวี แหละ โอ๊ตมาถึงขอนแก่นก่อนสิ้นเดือน
ก้อมีโปรโมชั่น LG flattron 21" เหลือ 2990 บาท แต่ตอนที่ชั้นไปมัน 3500 อ่ะ
สวรรค์กลั่นแกล้งชั้นจิงๆ ทำไม ไม่รอให้ชั้นมาซื้อก่อนล่ะ จาเพิ่มอีกทามมาย 5oo บาทเองอ่ะ
แล้วตอนเย็นก้อไปกินร้านอาหารจีน 5 ดาว ร้านเดียวที่โอ๊ตจำทางไปได้ O_O
บรรยากาศดี อาหารใช้ได้ ราคาไม่แพง คิดว่า คงได้มากินกะใครอีกเป็นครั้งที่ 2
อย่างน้อยก้อโอ๊ตแหละ เพราะคุยกะมันว่า ยังเหลือของหวาน ที่ไม่มีปัญญาได้กินซะที
ไม่ใช่ว่าแพงนะ แต่เพราะว่ามันอิ่มกับข้าวก่อนตะหากล่ะ
คืนแรก++ ก้อนอนกะพ่อแม่ก่อน มารู้ตัวตอนดึกๆว่า หนาว
ก้อไม่ได้อะไรมาก นอนไป สั่นไป แม้ว่าจะห่มผ้านวม
และแล้ว เช้านั้น ช้านก้อไข้ขึ้น แบบว่า ปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ ทอนซิลบวม มีจุดหนอง
อาการนี่เป็นไปตามเกณฑ์การใช้ antibiotic เลย แต่ท่านพ่อ ท่านแม่ ก้อต้องไป
น่าสงสารตัวเองมากๆ อารมณ์มันอยากจะร้องไห้ ไม่สบายก้ออยากอ้อนแม่
แต่ก้อต้องมานอนเหี่ยวที่ห้องคนเดียว ดีที่คุณโอ๊ต ที่น่ารัก
เอายามาให้กิน พร้อมบังคับให้กินด้วยก้อดู regimen ยาดิ
Rx
Amoxycillin 500 mg 4tab stat then 2x3 pc
Paracetamol 500 mg 2 prn fever q4-6 hr
Strepsil orange 100 mg 1 anytime u want to
เหนื่อยใจจิงๆ เป็นเภสัช แต่เกลียดการกินยาเป็นชีวิตจิตใจ
ก้อมีแต่คนบังคับให้กินยาอ่ะ มันไม่อร่อยเลยอ่ะ รู้มั้ย
นอนตายในห้องทั้งวันอาทิตย์เลย ดีที่โอ๊ตส่งข้าวส่งน้ำให้ งานการเลยไม่ได้ทำ
วันรุ่งขึ้นก้อตื่นมาปั่นๆๆๆ กำหนดส่งวันที่ 5 แต่วันที่ 4 ยังเหลืออีกเกือบ 30%
สุดท้ายก้อส่งไม่ทันการ ก้อม่ายเป็นไร เพราะแม่โอ๊ตบอกว่าไม่เป็นไร เหอๆๆ
เนี่ย เพิ่งจะเอาไปส่งไปรษณีย์วันนี้ (วันที่ 6 ) ก้อยังดี ที่ส่งละกันนะ หุหุ
ติดรถโอ๊ตไปใน มอ โดนทิ้งไว้ที่ complex ก้อไปทำธุระที่ไปรษณีย์
ตอนกลับก้อนั่งรถกลับคนเดียว รถโดยสาร ถามๆลุงแถวนั้น ก้อนั่งสาย 16 มา
ลงเลยซอยด้วย เลยต้องเดินย้อนกลับมาอีก ซื้อข้าวเที่ยงกลับมากินที่ห้องเลย
ทำความสะอาดห้อง กะห้องน้ำ ถูห้องด้วยนะค้าบ แบบว่า แม่บ้านสุดริ้ด
เหนื่อยเลย ก้อเลยนั่งดูหนังทีเดียว 2 เรื่อง รวด
สบายจิง ชีวิตช้าน....
5월 21일 ขอโทษนะและแล้ว เราก้อทำร้ายคนดีๆ อีกแล้ว...
เวลาไม่ถึงปี กะคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
ได้พูดคุยกัน ได้เจอกัน
ความรู้สึกดีๆ มันได้เริ่มขึ้น
แล้ว...
เรา ก้อเลือกที่จะหยุดมัน ด้วยคำพูดที่บอกว่า
"ขอโทษนะ เราคิดว่า เธอ ไม่ใช่ สำหรับเรา"
นิยามของคำนี้ คืออะไรนะ
สำหรับเรา ไม่รู้จิงๆ
ทำไม ถึงพูดออกไป ก้อไม่รู้อีกเหมือนกัน
ชั้นผิดไปรึป่าว ที่ทำแบบนี้
มันไม่เกี่ยวกะเรื่องเลวร้ายในอดีตใช่มั้ย ที่ทำให้ชั้น ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ซักที
ขอโทษจิงๆ 5월 11일 นครน่านมาอัพสเปซแบบรีบๆนะ ตอนนี้อยู่น่านค่ะ แบบว่ามาทำงานหาตัง
แต่ชักไม่แน่ใจว่า จะได้กำไรหรือขาดทุน เงินเดือนยังไม่ได้นะ ใช้ตังแม่อยู่
แต่ดูๆแล้ว เหมือนจะใช้เยอะกว่าเงินเดือนที่จะได้อีก T_T
อยู่หอพักค่ะ ห้อง VIP ไฮโซมั้ยคะ แค่ 3000 บาท
มีทุกอย่าง แอร์ ทีวี ตู้เย็น ขาดแต่เน็ต ไม่งั้นคง perfect
ชั้นแทบจะลงแดงเลย ก้อปกติเล่นทุกวันนี่นา
กลัวจังว่า fanclub จะคิดถึงแย่เลย คิคิ
พี่ๆ ที่นี่ใจดีจัง ทั้งที่ร้านยา กะร้านข้างเคียง
เวลาเบื่อๆ ก้อเดินไปบอกพี่ร้าน tsutaya "พี่ๆ ออยอยากดูหนังเรื่อง..."
แล้วพี่ก้อใจดีเปิดให้ดู อิอิ ม่ายต้องเช่า ไม่ต้องซื้อ สบายจิ
แต่ที่แย่คือ อยู่ใกล้แหล่งกินดิ กินท้างวันเลย
ละก้อทำงานหนักมากกกกกกกก 9.00-22.00 O_o
เพราะตอนกลางเดือนต้องลาไปทำธุระที่ขอนแก่นกะเชียงใหม่
วันหยุดไม่พอ ยังต้องทำโอทีด้วย ชีวิตช่างเศร้า
แต่ก้อดีนะ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต
ถ้าอยู่บ้านเฉยๆ คงไม่ได้รู้จักแน่ๆ ความเหนื่อยอ่ะ
ทำงานเสร็จ กลับหอ แทบคลานเลย วันละ 12 ชม นี่ ทำไปด้าย...
อีกเรื่องนึงที่ทำช้านเป็นปลื้ม (รึป่าวหว่า) คือ อยู่ที่นี่ หน้าตาแปลก (คิดว่านะ)
คือ มีคนมาจ้อง+มอง ที่กล้าหน่อย ก้อมาขอเบอร์เอาดื้อๆ เลยอ่ะ
ม่ายเคยพบเจอมาก่อน "ขายยา แถมเบอร์มั้ยคับ" O_o
โอ้แม่เจ้า แบบว่า เภสัช ม่ายเคยเจอค่า
ก้อคิดว่า หน้าแปลกมั้งเลยเจอแบบนี้...
ไปละ ไว้กลับบ้าน จามาอีกที จุ้บๆ 4월 20일 สงกราน เปียก เพื่อน ปาร์ตี้สงกรานต์ปีนี้ ก้อเหมือนเดิมกะทุกปี ปลอยปลา ทำบุญ(แม่ไป) รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เจเพื่อนๆ แต่มันก้อมีความรู้สึกหลายๆ อย่าง เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ นี้
ไปปล่อยปลากะครอบครว เอากล้องไปนะแต่มะได้ถ่าย เพราะมือมันเปื้อนอ่ะ อดดูกันปาย ส่วนวันต่อมาก้อทำขนมกะที่บ้าน ขนมสอดไส้ค่ะ ช่วยห่ออย่างเดียวเลย น่าทานมาก แต่ดิชั้นก้อทานไปประมาณ 10 ชิ้นนะ มากกว่านี้ก้อไม่ไหว อ้วนกานพอดี
<img src="image019.jpg" width="130" height="65" /> แล้วเย็นนั้น ชั้นก้อได้ไปเจอเพื่อนๆ ที่คบกานมานาน ทั้งตั้งแต่ อนุบาล ประถม มัธยม ที่บ้านโย ก้อออกมาตอนเย็นๆ กะสารถีคือ ไอ่คุงแม็ค แล้วแวะมารับเจ้อุ๋ยที่บ้านญาติ ก้อนานซะ ปล่อยให้เพื่อนรอนะคุณ ชั้นเลยไม่ทันเล่นน้ำเลย มืดซะก่อน ก้อไม่รู้ว่าชาติที่แล้ว ไปทำกรรม ไรมาถึงได้เกิดมาเจอพวกเพื่อนกลุ่มนี้ในชาตินี้( กรรมดีนะ) ก้อพวกแกแต่ละคน (อุ๋ย แน็กซ์ เฟิร์น โย เอ ปีปี้ อิม แม็ค) ถึงได้เป็นแบบนี้กาน แบบไหนอะเหรอ หึหึ ไม่อยากเผาเพื่อน เอาเป็นว่า ทุกคำพูดที่แกพูดออกมา มันทำชั้นขำ ได้หัวเราะจนน้ำตาไหล ยังกะร้องไห้ ท้องแข็งจนเกือบได้ 6packs ช้านมีความสุขจิงๆนะ... ที่เด็ดคือ สองคนในนั้น ได้เหยื่อกลับไปด้วยอะดิ รู้ป่ะ ว่าเพื่อนอิจฉานะเว้ย+++
คืนนั้น เป็นครั้งแรกที่ชันกลับบ้านดึก (ถ้าไม่นับรวมกับ กลับหอที่เชียงใหม่ ก้อขอบคุญคุงน้องอาร์ม ที่ลงมาเปิดประตูให้พี่นะ ก้อรีบอาบน้ำสระผมเพื่อกำจัดหลักฐาน จนได้นอนก้อเกือบตี 3 ท่านพ่อ ด้วยอารมณ์ไหนไม่รู้ ตื่นมาเข้าห้องน้ำมั้ง ถามช้านว่า
พ่อ : กลับมากี่โมง?
ช้าน : ตี 2 กว่า
แล้วช้าน ก้อรีบวิ่งขึ้นห้อง ปิดไฟนอนทันที หุหุ การกระทำแบบนี้ ช่างมีพิรุธ จิงๆ แล้วเช้าวันรุ่งขึ้น ชั้นก้อตื่นไปวัดไม่ทัน T_T
วันต่อมา ชั้นก้อได้ไปรดน้ำดำหัวครูทีสอนพิเศษ ทีนี้ เลยได้เจอเพื่อน รร อื่นด้วย รร อื่นที่พูดถึง ก้อต้องหมายถึง รร ชายสิคะ ก้อนะ ร่าเริงพอควร ต้องไปหาพวกมันที่ รร เลยได้เจอพวกเด็กน้อยด้วย คิคิ
แน๊กซ์ : นู๋ ไอ่เด็กนั่นแอบถ่ายรูปนู๋
ช้าน : หึหึ คนไหนวะ
......
น้องคนนั้น : ออย ใช่มั้ยคับ
ช้าน : ค่ะ น้องเป็นใครคะ (ไม่ได้แอ๊บแบ๊ว แต่ จำไม่ได้จิงๆ)
น้องคนนั้น : ผม ชื่อ อัพ คับ เคยมาเรียนกะพี่ตอน โครงการ "พี่ช่วยน้อง" (โครงการติวน้อง ม ปลาย ตอนที่ช้านติดโควต้า)
ช้าน : อ่อ ค่ะ
น้องคนนั้น : จำผมไม่ได้แน่เลย ผมเห็นพี่เดินผ่านหอทันตะบ่อยๆ แต่ไม่กล้าทัก (น้องเค้าเรียน ทันตะ มช ปี 3)
ช้าน : ค่ะ
.......
แล้วเพื่อนก้อเรียกช้าน แหมนะ เด็กมันน่ารัก ขอคุยต่อ ก้อมะได้ คิคิ....... ก้อกลับไปขอพรที่บ้านครูแป้มก่อน กินข้าวเที่ยงด้วยแหละ ก้อซัดขนมจีนไป 2 ถ้วย กินไปได้ไงวะ จากนั้นก้อเข้าเมืองมาเล่นน้ำทีบ้านเพื่อน ก้อ เฉยๆ นะ ไม่หนุกมาก เน้นสาดเด็ก (เด็กเล็กๆ เลยนะ มันเขี้ยวดี) ก้อ เล่นกันจนเปื่อย กางเกงก้อสีตก (สีเขียว) เท้าชั้นเลยเหมือนกะเป็น gangrene นี่ถ้าหมอมาเห็น คงได้พาไปตัดทิ้งน่ะ ไปอาบน้ำ อาบท่า ซื้อของกาน แล้วก้อไปต่อที่บ้านครูแป้ม โดนซะ มึนเลย
เพื่อน : เภสัช มช สู้ม้ายยยยย????
ช้าน : สู้ว้อยยยยยยยยยยย
ผ่านไป ชม กว่าๆ ช้าน ก้อแทบ... เรียกว่าไงดีล่ะ หัวมันหนัก ไม่ยอมตั้งบนบ่าอะดิ กว่าจะฟื้นตัวนะ เฮ้อ.... ขอบคุณน้องออม ที่ให้หนุนตัก ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ปลอบช้าน ตอนที่บ้าร้องไห้ถึงผู้ชายคนนั้น ขอบคุณคุณแม่ ที่รอเปิดประตูบ้านให้ ขอบคุณเตียง ที่รอชั้นกลับไปนอน... 4월 2일 ภญ. นทพร ชัยพิชิตผลสอบสภาออกแล้ว
ชั้นผ่าน!!!
ตอนนี้ ชั้นคือ เภสัชกรหญิง นทพร ชัยพิชิต
ดีใจว้อย ดีใจกะเพื่อนๆที่ผ่าน
ส่วนเพื่อนๆที่ไม่ผ่าน ก้อสู้ๆนะ เราจะเป็นกำลังใจให้
ตอนนี้ ขอไปฉลองก่อนละกาน ไปที่ไหนดีล่ะ
เย้ เย้ เย้ |
|
|