NaTa's profile~(^o^)~Do U believe in L...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
~(^o^)~Do U believe in Love @ First sight Or Should I walk By again. |
March 23 แม่ค้าส้มตำวันนี้อากาศกำลังดี ไม่มีแดดร้อนมากมาย เลยออกไปซื้อส้มตำข้างหอด้วยความขี้เกียจ "ป้า เอาตำปู พริก ๒ เม็ด" "เดี๋ยวป้าทอดปลาก่อนนะ" ผ่านไป ๓ นาที "เอาตำอะไรนะ" (-.-!) "ตำปูค่ะ" ผ่านไป 3 วินาที "พริกกี่เม็ดนะ" (-.-!)"2 เม็ดค่ะ" "ใส่ปลาร้าป่ะ" (-.-!)"ไม่ใส่ค่ะ" "แล้วตำปูใส่ไรบ้างอ่ะ" (*0*)"ใส่ปูอย่างเดียวมั้งคะ" ไม่ต้องเดาก้อน่าจะรู้นะว่าอร่อยมั้ย เป็นตำปูที่ไม่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมา เฮ้อ...ทำอาหารไม่อร่อย แล้วจะมาเปิดร้านอาหารทำม้ายยย ไม่ใช่ว่ามาเล่นขายของแบบเด็กๆ ซะหน่อย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าขี้เกียจออกไปหาของอร่อยกิน เพราะอาจได้กินอะไรที่ไม่อร่อยกว่าเดิม v('0')/ March 15 ผู้ชายมนุษย์ผู้ชาย ยังไง ก้อเป็นมนุษย์ผู้ชายวันยังค่ำ
แล้วอีกอย่าง นิสัยคนเรา ก้อไม่ได้ขึ้นกับอาชีพที่ทำอยู่เล้ย
ไม่ว่า จะเป็นอะไร มันก้อเลวได้เหมือนกันหมด
(ออกแนวหัวรุนแรงแล้วนะเนี่ย)
คืนก่อน ชั้นชวนพี่ที่รู้จักกันไปเที่ยว
ไปเป็นเพื่อน เพราะพี่สาวอีกคนนึงอยากไป
จะไปแค่ผู้หญิงสองคนก้อกระไรอยู่ ยิ่งสวยๆ
คืนนั้น อากาศร้อนพอประมาณ เรามาถึงร้านก่อนพี่สาว
ก้อยืนรอๆๆๆๆ มาเลทอีกแระ พี่คนนี้ เฮ้อออออ
มาถึง เธอก้อให้เรารายงานคุณแฟนเธอว่า ถึงแล้วนะ
มันช่างยุ่งยากเหลือเกิ้น ตัวเองเที่ยวได้
แต่พอแฟนจะเที่ยวบ้าง โคตรเรื่องมากเลย
โตๆ กันแล้ว ดูแลตัวเองได้ จะมาอะไรนักหนา
ก้ออยู่ด้วยตัวคนเดียวได้ตั้งนานกว่าจะมาเจอแกนะ
เข้ามาในร้านก้อสี่ทุ่มกว่า ยังดูโล่งๆ อยู่เล้ย
ไม่เห็นเหมือน Munkey club ที่เชียงใหม่เลย
ต้องมานั่งจองโต๊ะ ตั้งแต่ 6 โมงกว่าไม่งั้นหมดสิทธิ์นั่งในร้าน
ล่าสุดกลับไปเที่ยวตอนรับปริญญา ได้ที่ตรงประตูทางเข้าออก
อากาศยังจะไม่พอหายใจเลย ขยายร้านกี่รอบๆ ก้อไม่พอ
มาถึง สามารถเลือกที่นั่งได้ด้วยอ่ะ (ถ้าเป็นมั้งกี้ ต้องขอโต๊ะเสริม)
ได้ที่นั่งก้อสั่งเครื่องดื่ม พี่เค้าก้อมีที่ฝากไว้ด้วย
นี่บอกว่าไม่ค่อยได้เที่ยวนะ มีฝากด้วยอ่ะ เชื่อดีมั้ยเนี่ย
เราก้อดื่มนิดหน่อย แต่พี่สาว ไม่ดื่ม มานั่งเฉยๆ
นั่งเฉยๆ แล้วยังหน้าเฉยๆอีก ไม่ยอมคุย
ไอ่คนที่มาเป็นเพื่อนก้อเซ็งสิคะ มาทำแบบนี้มันผิดกฏ
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด คุณแฟนของเธอก้อโทรตามอ่ะ
โทรจิกตรงเวลาแบบผู้หญิงเล้ย พูดแล้วเซ็งแทน
ใจคอจะให้เครียดอยู่แต่บ้านไม่ต้องออกไปพบเจอใครเลยละสิ
เราก้อยังติดลมอยู่ เลยให้พี่สาวกลับก่อน เราอยู่ต่อ
ทีนี้ ก้อเริ่มละสิ ไอ้มือที่เคยนิ่งๆ อนุญาติให้จับแค่หัว
มันเริ่มมาเกาะแกะๆ น่ารำคาญจิงๆ
ถ้าไม่เห็นแก่หน้า คงได้ด่าไปแล้ว
นี่เลยได้แต่เตือนด้วยสายตาและท่าทาง
อย่ามาทำหน้ามึนแถวนี้นะ ถ้าเอาจิงแล้วจะหนาว
ในที่สุดก้อ กลับดีกว่า สงสารเค้าที่ต้องมีงานแต่เช้า
กลับถึงห้อง ล้างหน้า หลับ (อาบน้ำล่ะ??? (^_^) )
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ชาย ดูง่ายกว่าผู้หญิง November 13 วันยุ่งๆช่วงนี้ มีอะไรๆเข้ามาเยอะเลย เรื่องขึ้นวอร์ด ก้อเริ่มชินละ
ตื่นเช้าไปราวน์ หาข้อมูล คุยกะคนไข้(ตอนนี้เริ่มสนุก)
ตอนบ่ายๆ รายงานเคสให้อาจารย์ ก้อผ่านไปได้ด้วยดี
ตอนนี้มีพี่มาเพิ่มอีก 2 คน เลยค่อยยังชั่วหน่อย
จากที่เคยดูคนไข้เป็นสิบ ก้อเหลือไม่ถึง 5 คน
บางทีเหมือนจะดีนะ แต่ขอร้องล่ะ มันไม่มีอะไรให้เรียนรู้สิ
เฮ้อ ตอนนี้ก้อถือว่า ผ่านขั้นแรกสำหรับเราแระ
เพราะคิดว่าเราเลือกสิ่งที่เราชอบจิงๆ
และคิดว่า คงจะทำงานด้านนี้แหละ...
แต่ไม่อยากคิดถึงตอนทำ thesis เลยอ่ะ ไม่ใช่แนวเล้ย
สงสัยเรื่อง thesis นี่แหละ ที่คิดว่า เลือกผิด
หลังจากที่หงอยเหงามาสัปดาห์นึง เพราะโอ๊ตติดงาน
ปล่อยเรา alone กินข้าวคนเดียวตั้งหลายมื้อ
ตอนนี้มีเพื่อนมาประชุมวิชาการตั้งสี่คน คือ อ้อม แนน อบ พิม ป่าน
และมีที่มาเดินยาอีกสองคน คือ ไก่ กะ อีฟ
ก้อเริ่มรู้สึกมีความสุขอีกครั้ง เหมือได้กลับไปสมัยเรียนอีกครั้ง
ยังกะเลี้ยงรุ่นแน่ะ เป็นครั้งแรกที่รวมกลุ่มได้มากสุด
เพื่อนๆมาประชุมห้าวัน เราก้อไม่รูจะได้ไปด้วยมั้ย
ก้อติดงานวอร์ดอยู่นิ แต่ก้อแว๊บไปวันนี้มาแหละ
ไปเนียนกินข้าวเที่ยงของเค้า แล้วดันโดน "คนที่คุณก้อรูว่าใคร"
มา comment ซึ่งมั้นเป็นเรื่องที่ อย่าให้พูดเลยเห้อะ
เอาเป็นว่า เปลี่ยนเรื่องดีกว่า นะๆๆ
เพื่อนมาเที่ยวๆๆๆ มีความสุขจัง
มีคนกินข้าวด้วยเยอะๆ แต่เสียดายที่ยังไม่ค่อยมีเวลาไปเที่ยวไหน
ก้อมันไม่มีที่ให้ไปเที่ยวด้วยเห้อะ เฮ้อ
แต่ก้อกะว่า ซักศุกร์นี้ น่าจะมีเฮนะ
จะมีเพื่อนตั้ง มาสมทบ เพื่อนป่านที่ยังอยู่ และเพื่อนอีฟ
ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะมาแจมด้วยได้มั้ย
เอาเป็นว่า ศุกร์นี้ อะเค นะเพื่อน โดนเบี้ยวมาทีละ เซ็ง
สงสารเพื่อนเหอะ เครียดเกิ้น พาช้านไปเที่ยวหน่อยแก....
October 20 บทเรียนที่ 2 ...นึกหัวข้อไม่ออกว่ะในที่สุดก้อสอบใบขับขี่ผ่าน
หลังจากที่ท่านพ่อท่านแม่ที่น่ารัก เอารถมาให้เรา
ก้อมีซ้อมๆ นิดหน่อยตอนเย็น (เกือบชนรถคนอื่นแถวหอ)
ดีใจจังที่ได้เจอท่านพ่อท่านแม่ เพราะไม่ได้กลับบ้านเลยอ่า
ถ้าจะให้ดี เราต้องกลับบ้าน ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านเราแล้วเนอะ
เช้าวันศุกร์ เตรียมโดดงานไว้แล้วเพระอาจารย์ไม่อยู่
ก้อไปสอบซ่อมใบขับขี่ ไปรอตั้งแต่ 8 ครึ่ง
กว่าจะได้สอบก้อปาไปเกือบๆ 10 โมง ดีที่ไปเช้าเลยได้คิว 2
ตอนสอบก้อตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ก้อรู้สึก ชิลๆ นะ
แล้วๆๆๆ ไอ่คนสอบ มันไม่มองเราเลยอ่ะ แบบว่า
มัวแต่ก้มหน้า ติ๊กๆๆ เราก้อแบบว่า เฮ้อย..มรึง มองกรูหน่อยเด้
สุดท้ายก้อผ่านและได้ใบขับขี่มาด้วยความภาคภูมิใจ อิอิ
เสร็จปุ๊บ ก้อไม่รูจะพาท่านพ่อท่านแม่ไปไหน
ไปตึกคอม ห้างเค้าก้อยังไม่เปิด เลยไปบิ๊กซี
สงสารท่านแม่ โดนละลายทรัพย์ไปอื้อเลย T_T
ของใช้หมดพอดี จะรอสิ้นเดือนก้อไม่ไหวอะนะ
ตลอดการเดินทาง กลัวหลงมั๊ก ที่จิงแอบพาอ้อมไปที
แต่ก้อไม่มีใครสงสัยจับพิรุธเราได่หรอก อิอิ
อนาถตัวเองจิงๆ อยู่มาเกือบ 5 เดือน ยังจำทางไม่ได้
ก้อไม่ได้ขับรถเองนี่หว่า เลยไม่สนใจทาง สนใจแต่ข้างทาง
กลับมาส่งท่านพ่อท่านแม่ที่หอ แล้วเราก้อไปทำงานต่อ
ขยันเจงๆ เล้ย... ก้อดันมาบอกทีหลังนะว่า อ.หนู นัด
ทำไมไม่บอกซักพรุ่งนี้เลยล่ะเพ่ มันน่านัก...
ฮือๆ ตอนเย็นไปส่งท่านพ่อท่านแม่กลับบ้าน
ยังมิกล้าขับรถเองเลยต้องรบกวนโอ๊ตไปส่ง (เศร้าจิงกรู)
มาแค่คืนเดียวเอง สงสารน้องอาร์มอยู่บ้านคนเดียว
กลัวมันน้อยใจนะ เลยโอเคให้ท่านพ่อท่านแม่กลับบ้านได้
แล้วจากนั้น โอ๊ตก้อไป กทม กลับมาอีกทีวันพุธ
แล้วยังจะให้เราไปรับที่สนามบินอีก!!!!
ทำไมถึงมั่นใจฝีมือเพื่อนขนาดนั้นวะเพื่อน T_T
October 11 บทเรียนพิเศษ ทำใบขับขี่คำเตือน : blog นี้ อาจมีคำพูดรุนแรง ไม่เหมาะแก่หญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า3 ขวบ
ไปทำใบขับขี่มาค่ะ ทำที่ขอนแก่นนี่แหละ เพื่อความชัวร์ เราก้อไปเรียนมาด้วย ซึ่งบริษัทก้อสอนดีใช้ได้เลย ลำบากที่ต้องลาอาจารย์จากการขึ้นวอร์ดมาสอบ และรบกวนรุ่นพี่มาส่งนี่แหละ ช่วงเช้าก้ออบรมตามประสานะ ตั้ง 2 ชม แน่ะ น่าเบื่อจิงๆ แต่ก้อทนฟัง ตอนบ่ายก้อไปสอบข้อเขียน ตอนแรกก้อมั่นใจนะ 30 เอาผ่าน 23 แต่ทำไปทำมา ก้อแอบลนลาน แบบว่า รู้สึกตัวว่ามั่วไปหลายข้ออยู่ นั่งมั่วจนไม่รู้จะทำไงแล้วก้อส่ง ได้ 27 เต็ม 30 ล่ะ ไม่น่าเชื่อ คำถามที่พลาดก้อ 1. รถมอไซค์ต้องตรวจรถต่อทำเบียนเมื่อใช้กี่ปี...5ปี 2. ข้อใดใช้คลัช ผิด...ตอนลงเขา 3. เปลี่ยนสีรถ ต้องแจ้งภายในกี่วัน ...7 วัน เป็นคำถามที่ไม่รู้จิงๆ ส่วนข้อที่เหลือ มั่วถูก..น่าภูมิใจจริงๆ
ถึงเวลาสอบปฏิบัติ ได้คิวที่ 20 จ้ะ นานจริงๆ ร้อนมากมาย ตื่นเต้นนะ ใจสั่น ขาสั่นพับๆ ก้อท่องๆไว้ว่าเอาให้ผ่านๆ 1. ถอยเข้าถอยออกซอยแคบ ล้อรถห้ามหยุด >>> ผ่าน 2. ขึ้นสะพาน ห้ามดับ >>> ผ่าน 3. จอดเทียบข้าง ห่างไม่เกิน 25cm >>>ผ่าน 3 ท่า ผ่านหมดคับ แต่ผลออกมาคือ ชั้นไม่ผ่านท่า 2 งงคับ ไม่ผ่านได้ยังไง . . . ย้อนกลับไปตอนท่า 1 ไปท่า 2 อ้อ ...ตอนเปลี่ยนจากเกียร์ถอยหลังเป็นเดินหน้า รถดับ!!! แล้วไง??? มันเป็นความผิดมั้ยที่รถดับ ก้อไม่!!! มันดับตอนทำท่า 1 หรือ 2 หรือ 3 มั้ย ก้อไม่!!! แล้วทำไม ชั้นไม่ผ่าน ใครก้อได้ช่วยบอกที
อ้อนวอนให้เห็นใจยังไง เค้าก้อไม่ให้ ไอ่คนที่มันขับชนเสา รถดับบนสะพาน มันไม่ผ่าน....นั่นมันสมควร
แต่กรู ... ตกท่าไหน ผิดยังไง ช่วยบอกที ข้องใจจริงๆ นี่ยังงงเลย ว่าจะให้ไปซ่อมท่าไหน
ปล. 1 ปกติเค้าให้รถดับได้มั้ย ตอนเปลี่ยนท่าน่ะ ??? เพราะที่รู้ เค้าห้ามดับเกิน 2 ครั้ง ตอนขึ้นสะพาน ปล. 2 วันนี้เอาตังไป 200 กว่าบาท กะค่าขึ้นทะเบียน 105 บาทน่าจะพอ แต่ไม่พอค่าใต้โต๊ะ ปล. 3 มันให้ไปสอบซ่อม จันทร์หน้านี้ "ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีคับ" เออ กรูรู้ แต่มรึงรู้มั้ย ว่าเสียเวลากรู ปล. 4 สงสัยว่า มีใครขับรถ แล้วรถไม่เคยดับบ้าง??? รวมถึงพวกที่ไม่ให้กรูผ่านด้วย October 06 บทเรียนที่ 11 สัปดาห์ที่ผ่านมาของชั้น ทำให้รู้สึกล้าไปพอสมควรเลย แต่หลังจากเกิดความล้าแล้ว มันก้อทำให้ชั้นรู้สึก “ต้องสู้” ขึ้นมา กับการที่ต้องตื่นแต่เช้าขึ้นมาเพื่อไป round ward กับหมอ ซึ่งก้อยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน อยู่ดี เพราะแทบไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเลย ก้อได้แต่ท่องในใจว่า ชั้นจะดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น....
เพื่อนร่วมงานก้อดีนะน้องๆหมอ เพื่อนๆหมอ และพี่ๆหมอ ที่จริงเค้าก้อไม่ได้ทำอะไรให้เรากลัวหรอก เราซะเองที่กลัว ซึ่งมันก้อเนื่องมาจากการที่ไม่เตรียมพร้อมในด้านความรู้ มีที่หลงเหลือในสมองน้อยๆของชั้น ซึ่งพอกลับมาที่ห้อง ก้อมานั่งอ่านอัดๆ เข้าหัว ทำไมเดี๋ยวนี้ความอดทนมันลดลงวะ แบบว่า แอบเซ็งตัวเองที่ชอบคิดว่า “ทำไมต้องมานั่งอ่านหนังสือด้วย” แต่ก้อเพื่ออนาคตของเราไง ยายามทำในสิ่งที่ตัวเองเลือก ไม่มีใครบังคับให้เราเรียนนี่นา ก้อได้แต่ท่องในใจว่า ชั้นต้องสู้ ต้องสู้ ต้องสู้....
ที่ได้รู้สึกดีก้อคงเป็นน้องๆหมอนี่แหละ ถามเรื่องยากะเรา ก้อมันถามไม่ยากเลยตอบได้บ้าง แบบว่า โชว์ภูมิ หึหึ แต่ก้อมีดันถามยากๆมา ก้อต้องขอเวลาไปหาข้อมูลมาก่อนนะจ้ะ แต่ทีนี้ ก้อหายจ้อยไปเลย แหะๆ น้องๆเค้าก้อคงไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอก
นี่ๆๆๆ แต่ที่เซ็งอีกเรื่องก้อหมอที่วอร์ดเราอ่ะ คะแนนหน้าตาเต็ม 10 ให้ 4 แต่ก้อช่างมัน ไม่ได้เลวร้ายมาก แถมนิสัยดีตะหาก บวกลบกันโออยู่ จะอะไรมากมายเล่า ก้อเรามีที่รักอยู่แล้วนิ น่ารักจะตาย เนอะๆๆๆ
1 สัปดาห์ผ่านไป ทำให้เราได้ทราบถึงจุดบกพร่องของเรา ที่สำคัญก้อคือความรู้ และมนุษยสัมพันธ์นี่แหละ ไม่ใช่ว่าเราหยิ่งนะ ที่จริงไม่รู้จะเริ่มต้นคุยอะไรกะเค้าตะหากล่ะ ทีนี้ก้อต้องอ่านหนังสือเยอะๆ ยิ้มเยอะๆ จะได้น่ารักยิ่งๆขึ้นไป (เกี่ยวกานมั้ยเนี่ย) เฮ้อ..... ป่วงจริงๆ เภสัชกรหญิง นทพร ^_^ |
|||
|
|